ธ.ก.ส.จัดวงเงิน 8 พันล้านบาท ออก 3 มาตรการ ช่วยเกษตรกรแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
  • 27 December 2020 at 12:04
  • 494
  • 0

      .ก.ส.- นายภานิต ภัทรสาริน ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.มุ่งสนับสนุนให้เกษตรกร ประชาชนในภาคชนบทมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยส่งเสริมทั้งด้านความรู้ในการประกอบอาชีพ เงินทุนหมุนเวียน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ประชาชนบางส่วนว่างงานหรือไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามปกติ ทำให้ไม่มีราย ได้ จนนำไปสู่ปัญหาการกู้เงินนอกระบบ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ดังนั้น เพื่อช่วย เหลือ เกษตรกร ลูกค้าที่ประสบปัญหาดังกล่าว ธ.ก.ส. จึงได้ออกมาตรการจัดการหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท ผ่าน 3 โครงการ ประกอบด้วย

       1) โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน สำหรับชำระหนี้นอกระบบ วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท เว้นแต่กรณีมีวัตถุประสงค์ในการสงวนที่ดินทำกินที่ลูกหนี้ใช้ที่ดินในการจำนองไม่เกินรายละ 150,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ 10 ปี สูงสุดไม่เกิน 12 ปี พร้อมรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิตรายละไม่เกิน 100,000 บาท และการคืนดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 30 ของดอกเบี้ยที่ชำระหนี้ 

       2) โครงการสินเชื่อวงเงินพร้อมใช้ Smart Cash สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบที่ชำระหนี้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนดและมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการก่อหนี้นอกระบบของลูกค้า โดยสนับสนุนเงินเครดิตหมุนเวียนผ่านบัตร ATM ตามต้นเงินกู้ที่ได้รับชำระหนี้ตามโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท  อัตราดอกเบี้ยตามชั้นลูกค้า ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่านการคุ้มครองสินเชื่อกรณีเสียชีวิต รายละไม่เกิน 50,000 บาท  และ

     3) โครงการสินเชื่ออาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับลูกค้าที่ได้รับการแก้ไขหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบธนาคารแล้ว ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการประกอบอาชีพเสริม วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ช่วง 6 เดือนแรก และตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไปอัตราดอกเบี้ย MRR ระยะเวลาชำระหนี้ 10 ปี

      ทั้งนี้ หลักประกันการขอสินเชื่อของทั้ง 3 โครงการ สามารถใช้ที่ดินจำนองได้ จำนวนร้อยละ 95 ของวงเงิน ,กรณีบุคคล 2 คนค้ำประกัน วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท และกรณีข้าราชการ 1 คนค้ำประกัน วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท โดยระยะเวลาของทั้ง 3โครงการ ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563-31 มีนาคม 2566

      นายภานิต กล่าวอีกว่า เพื่อให้การแก้ไขหนี้นอกระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะใช้การพัฒนาเพิ่มทักษะอาชีพและความรู้ทางการเงินนำ แล้วจึงให้สินเชื่อตาม ธ.ก.ส. จึงได้สนับสนุนให้ลูกค้าผู้เข้าร่วมโครงการต้องเข้ารับการเสริมสร้างความรู้ การพัฒนาทักษะอาชีพต่างๆ กับศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ธ.ก.ส. ศูนย์เรียนรู้ 459 ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ รวมถึงศูนย์พัฒนาความรู้ พัฒนาอาชีพของส่วนงานอื่นๆ เพื่อเติมเต็มศักยภาพของลูกค้า สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพหรือปรับ เปลี่ยนการผลิต ทำให้เกษตรกรและบุคคลในครัวเรือนก้าวผ่านความยากจน สร้างอาชีพรายได้อย่างมั่นคงยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้ดำเนินโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน ระยะที่ 1-3 ตั้งแต่ปี 2557 มีลูกค้าเข้าร่วมฯจำนวน 53,869 ราย เป็นเงิน 4,478 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการฯ ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ Call Center 02 555 0555