ก.เกษตรฯระดมทุกหน่วยรับวิกฤตโควิด-19/ยืนยันสินค้าเกษตรไม่ขาดแคลน-แรงงานมีอาชีพ

    รุงเทพฯ - นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถาน การณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อเศรษฐกิจโลก การดำรงชีวิต รวมถึงความเชื่อมั่นในเรื่องของสินค้าบริโภค โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าและการบริหารสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้เพิ่มช่องทางการนำสินค้าเกษตรสู่ตลาด Online ให้มากขึ้น และเตรียมพร้อมรองรับแรงงานคืนถิ่นสู่ภาคเกษตร (Labor migration)  จากการคาดการณ์ Supply Chain สถานการณ์ผลผลิตการเกษตรของ สศก. พบว่า สินค้าเกษตรที่สำคัญ ในปี 2563 อาทิ ข้าว สินค้าประมง สินค้าปศุสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง มะพร้าว อ้อยโรงงาน จะมีกำลังการผลิตเพียงพอไม่ขาดแคลนสินค้า โดยเฉพาะไข่ไก่ซึ่งไทยผลิตได้วันละ 41 ล้านฟอง ขณะที่การบริโภคในประเทศมีวันละไม่เกิน 40 ล้านฟอง จึงมีเพียงพอเพื่อการบริโภคอย่างแน่นอน และสามารถส่งออกได้อีกด้วยหากมีความต้องการ

      ขณะนี้ สศก.ได้ประสานหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อเตรียมกระจายสินค้าเกษตร อาหารไปยังจุดต่างๆ โดยเชื่อมโยงกับสหกรณ์การเกษตรทุกจังหวัด ถึงระดับอำเภอ อีกทั้ง ประสานกรมส่งเสริมการเกษตร ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ภาคเกษตรแก่เกษตรกร และแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กลับสู่ถิ่นฐาน โดยมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 ศูนย์ ศูนย์เครือข่ายอีกราว 10,000 ศูนย์ เป็นแหล่งเรียนรู้ พัฒนา แก้ปัญหาการเกษตรของชุม ชน พร้อมทำงานเชิงบูรณาการกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ฝ่ายความมั่น คง เพื่อช่วยกันกระจายสินค้าต่างๆ เช่น ผลไม้ภาคตะวันออกที่กำลังออกผลผลิต ทั้งร่วมกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอ การค้า หอการค้าจังหวัด เตรียมจุดกระจายสิน ค้าแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ให้แก่เกษตรกรและประชาชนด้วย

       ทั้งนี้ สศก. ยังเตรียมเสนอโครงการแรงงานคืนถิ่น พลิกฟื้นผืนดินเกษตรไทย ด้วยศาสตร์พระราชา เพื่อเป็นแนว ทางในการแก้ไขเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะประชาชนที่มีที่ดินทำกินอยู่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจจะทำเกษตรรูปแบบใด ก็สามารถติดต่อไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด หรือเกษตรอำเภอในพื้นที่ เพื่อเข้าฝึกอบรมผ่านตามศูนย์เครือข่ายต่างๆ รวมถึงขอความร่วมมือกับปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ และเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ สศก.ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตร เพื่อให้นำมาสร้างเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ขยายผลสู่การเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างรายได้พอเพียงด้วยศาสตร์พระราชา จึงขอให้เกษตรกร ประชาชนมั่นใจว่าสถานการณ์ผลผลิตการเกษตรจะไม่ขาดแคลนสินค้า อีกทั้ง กระทรวงเกษตรฯได้มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ไปพร้อมกันด้วย