กรมประมง จัดทีมอพยพพ่อ-แม่พันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ง

         เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดกิจกรรมย้ายพันธุ์สัตว์น้ำสู่บ้านใหม่ที่ปลอดภัย ภายใต้โครงการคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำก่อนการบังคับใช้มาตรการฤดูสัตว์น้ำมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวในวัยอ่อน ของกรมประมงประจำปี 2563 ณ อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ บริเวณภูกระแตบ้านโนนสว่าง ต.โนนเมือง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู โดยมี นายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ข้าราชการกรมประมง ผู้นำชุมชน ชาวประมง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

         อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยต้องเผชิญฝนแล้งยาวนานจนถึงเดือนมิถุนายน โดยว่าคาดว่าปริมาณน้ำฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 3- 5 % ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติรวมถึงอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อาจมีปริมาณลดน้อยลงหรือเกิดการแห้งขอดซึ่งจะกระทบต่อปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำได้ จากปัญหาดังกล่าวกรมประมงได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเกษตรกรให้เตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น พร้อมจัดส่งนักวิชาการประมงลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้มีนโยบายกำหนดแนวทางคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำโดยเฉพาะพ่อ-แม่พันธุ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อสงวนไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์น้ำให้อยู่รอดได้จนสามารถสืบพันธุ์วางไข่ในช่วงฤดูฝน ดังนี้

         1. มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำที่อาจเกิดการแห้งขอดหรืออาจมีปริมาณน้ำต่ำเสี่ยงต่อการให้ประชาชนเข้ามาจับสัตว์น้ำจนเข้าข่ายทำลายหรือตัดตอนวงจรการแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำจนเกินความจำเป็น จึงมีนโยบายให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยแล้งออกมาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำในพื้นที่ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำไปเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำมากเพียงพอต่อการอยู่อาศัยก่อนการออกประกาศบังคับใช้มาตรการคุ้มครองฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวในวัยอ่อนของกรมประมง (ฤดูน้ำแดง)

         2. เนื่องด้วยในช่วงฤดูแล้งก่อนการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองดังกล่าว บางพื้นที่ที่แหล่งน้ำแห้งขอดสัตว์น้ำจืดมักอพยพไปอาศัยอยู่รวมกันในบริเวณที่เป็นแอ่งน้ำ (วังปลา) ทำให้ง่ายต่อการจับโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำลายปริมาณสัตว์น้ำในพื้นที่อย่างรุนแรง กรมประมงจึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัดให้อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มาตรา 28 วรรคหนึ่ง (3) และวรรคสอง ประกอบมาตรา 71 (1) กำหนดให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสามารถออกประกาศฉุกเฉินโดยร่วมกันพิจารณากำหนดเขตพื้นที่ในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำ (Fish Stock) ซึ่งประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน โดยกำหนดห้ามใช้เครื่องมือประมงทุกชนิดทำการประมงในแหล่งน้ำตามประกาศ

         จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติภัยแล้ง กรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัดหนองบัวลำภูได้จัดทำโครงการ "คุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำก่อนการบังคับใช้มาตรการฤดูสัตว์น้ำมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวในวัยอ่อน ของกรมประมงประจำปี 2563" โดยมีหน่วยงานกรมประมงในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น (เขื่อนอุบลรัตน์) ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 4 (อุดรธานี) และหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนอุบลรัตน์ ขอนแก่น ลงพื้นที่ร่วมกันสำรวจแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยพบว่า มีพื้นที่ที่ต้องเร่งดำเนินการอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำอย่างเร่งด่วน จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ได้แก่ เขตอนุรักษ์สัตว์น้ำชุมชนบ้านท่าลาด และเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำชุมชนบ้านโนนสว่าง พร้อมกันนี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจถึงความจำเป็นในการออกประกาศดังกล่าว

         "กิจกรรมย้ายพันธุ์สัตว์น้ำสู่บ้านใหม่ที่ปลอดภัย เป็นหนึ่งในโครงการที่กรมประมงมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการเพื่อชุบชีวิตสัตว์น้ำคืนสู่แหล่งน้ำเพื่อเป็นแหล่งอาหารที่สร้างรายได้สู่ชุมชน โดยหวังกำไรอย่างเดียวนั่นคือ รอยยิ้มแห่งความสุขในการประกอบอาชีพประมง เพียงเท่านี้ถือเป็นการให้กำลังใจที่คุ้มค่ากับเจ้าหน้าที่กรมประมงแล้ว" นายมีศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย