มาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตราย 3 ชนิด/ผู้เกี่ยวข้องต้องยึดปฏิบัติ (ชมคลิป)

     ณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติแห็นชอบให้จำกัดวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟรเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดทำแผนปฏิบัติการใช้ ครอบคลุม 6 มาตรการ สู่การประกาศเป็น พ.ร.บ.ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อผู้เกี่ยวข้องโดยตรง และต้องยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 

    1.เกษตรกรผู้ใช้ 

    - ต้องผ่านการอบรม

    - ผ่านการทดสอบข้อเขียน

    - ซื้อวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ต้องแสดงหลักฐานผ่านการอบรม/ชนิดพืชที่ปลูก/พื้นที่ปลูก

    2.ผู้รับจ้างพ่น

    - ผ่านการอบรมภาคทฤษฎี-ปฎิบัติ การใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด

    - มีใบรับจ้างพ่น

    - ซื้อวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดไม่ได้

    3.ผู้ขาย

    - ขออนุญาตมีไว้ครอบครอง เพื่อขาย

    - ผ่านการอบรม

    - แจ้งปริมาณการขาย และสต็อกสินค้า

    - ขายเฉพาะเกษตรกรที่แสดงหลักฐาน

    - จัดทำป้ายแสดงข้อความ/จัดวางแยกจากวัตถุอันตรายชนิดอื่น

   4.ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต

    - แจ้งปริมาณนำเข้า หรือผลิต และสต็อกภายในวันถัดจากที่มีการนำเข้า หรือผลิต

   5.ผู้ใหญ่บ้าน,กำนัน,ปลัดอบต.

    - ได้รับการแต่งตั้ง

    - อบรมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535

    - ตรวจสอบการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ในพื้นที่ความรับผิดชอบ

    พื้นที่อนุญาตให้ใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ดังนี้

    - พาราควอต และไกลโฟเซต เฉพาะอ้อย ยางพารา ปาล์มนน้ำมัน มันสำปัหลัง ข้าวโพด ไม้ผล

    - คลอร์ไพริฟอส เฉพาะไม้ดอก พืชไร่ และกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล

    พื้นที่ห้ามใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ดังนี้

    - พื้นที่ปลูกพืชผัก สมุนไพร 

    - พื้นที่ปลูกพืชผัก สมุนไพร

    - พื้นที่ต้นน้ำ และ

    - พื้นที่สาธารณะ

     ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงดังกล่าวข้างต้นจะต้องทำความเข้าใจในกฏระเบียบ ยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อการใช้วัตถุอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ต่อชีวิต ทรัพย์สิน สังคม และสิ่งแวดล้อม

     ขอบคุณข้อมูลดีๆ - คลิปวีดีโอ : กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์