กรมชลฯย้ำน้ำเขตชลประทานมีพอใช้เพื่อเกษตรฯ-อุปโภคบริโภคถึง ก.ค.แน่นอน!

     รุงเทพฯ 18 พ.ค.- นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า จากสัญญาณภัยแล้งปีนี้ ที่อาจลากยาวไปถึงเดือน ก.ค.เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิมที่จะสิ้นสุดเดือน พ.ค.รวมถึงแนวโน้มภาวะฝนทิ้งช่เดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ ซึ่งผลกระทบจากภัยแล้ง 2 เดือน อาจสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกราวเดือนละ 1,000 ล้านบาท และอาจทำให้เกิดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 17,300 ล้านบาทนั้น ทางกรมชลประทานยืนยันว่า กรมฯได้บริหารจัดการน้ำโดย มั่นใจว่ามีน้ำเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำไปจนถึงเดือน ก.ค.นี้แน่นอน เพราะกรมฯได้จัดลำดับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในพื้นที่ชลประทานทุกกิจกรรมตลอดช่วงฤดูแล้งถึงจต้นฤดูฝน (พ.ค.-ก.ค.) ทั้งการเกษตรกรรม อุปโภค บริโภค และอุตสาหกรรม 

     สถานการณ์น้ำปัจจุบัน ณ วันที่ 17 พ.ค.62 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 40,808 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 16,800 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำไปจนถึงเดือนก.ค.นี้แน่นอน ถึงแม้ว่าในช่วงสิ้นสุดฤดูฝนในปี 61 ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำบางแห่งจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างและปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับใช้ในฤดูแล้งปี 61/62 ในปริมาณที่จำกัด ซึ่งกรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดมาตรการบริหารจัดการแบ่งเป็น 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ที่ไม่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 61/62 ได้ และมีปริมาณน้ำเพื่อสนับสนุนการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ อย่างเพียงพอใช้ไปจนถึงเดือน ก.ค.62 ส่วนอีกพื้นที่ เป็นพื้นที่ที่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเฉพาะพืชใช้น้ำน้อย (พืชไร่-พืชผัก) เท่านั้น ซึ่งก็มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบ นิเวศไปจนถึงเดือน ก.ค.2562 เช่นกัน

    ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศการเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม บางช่วงของฤดูฝนปีนี้ โดยเฉพาะช่วงปลาย มิ.ย.-กลาง ก.ค.นี้ จะมีการกระจายของฝนไม่สม่ำและมีปริมาณน้อย อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย