กกพ.เปิดตัว“โซลาร์ภาคประชาชน”รัฐรับซื้อไฟ 1.68 บาท/หน่วย 10 ปี

     ระทรวงพลังงาน - คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดแถลงข่าว เปิดตัวโครง การ“โซลาร์ภาคประชาชน”เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่หรือ PDP2018 ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบอนุมัติในการประชุมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงาน กกพ.ร่วมแถลงข่าว

     นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” เป็นนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง สามารถเชื่อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้าของประเทศ และขายผลผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้เข้าสู่ระบบ ซึ่งนอกจากประหยัดค่าไฟแล้ว ยังมีรายได้เสริมจากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลืออีกด้วย

     โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” เป็นการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่กำหนดหลักการนำร่องรับจดทะเบียนเจ้าของบ้านและอาคารที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ต้องการติดตั้งแผงเซลล์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 100 MW ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งจะเริ่มรับจดทะเบียนตั้งแต่พฤษภาคมนี้ โดยรัฐบาลจะออกมาตรการสนับสนุนให้ผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ ผู้ประกอบการติดตั้งระบบในประเทศ และสถาบันอาชีวะศึกษา มีส่วนร่วมในธุรกิจการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ ที่แต่ละปีคาดจะมีการติดตั้ง 10,000-20,000 ระบบ เป็นมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท/ปี หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท ตลอดโครงการ 10 ปี 

     นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า การประกาศรับซื้อไฟฟ้าภายใต้โครงการโซลาร์ภาคประชาชนครั้งนี้ จะเป็นมิติใหม่ในการกำกับดูแลภาคพลังงานของ กกพ.เพราะนอกเหนือจาก กกพ.จะออกระเบียบ หลักเกณฑ์ในการจัดหาไฟฟ้า ประกาศเชิญชวนตามปกติแล้ว กกพ.ยังอำนวยความสะดวกด้านการให้ข้อมูล การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ โดยยืนยันว่าทุกคนจะได้รับการพิจารณาอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ส่วนขั้นตอนการดำเนินโครงการนั้น ประกอบด้วย

     1.สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เริ่มเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ตั้งแต่มีนาคม 2562 โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-207-3599 หรือเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ.www.erc.or.th และเว็บไซต์ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทั้ง 2 แห่ง

     2.เปิดรับลงทะเบียนสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้นครหลวง และเว็บไซต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่พฤษภาคม และหมดเขตรับลงทะเบียนภายในปี 2562

     3.ทยอยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาโดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562

     4.กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2562

      นายเสมอใจ กล่าวด้วยว่า อยากให้ประชาชนศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับ เพราะโครงการฯนี้ประชาชนจะต้องลงทุนเพื่อติดตั้งระบบ ดังนั้น ควรต้องคำนึงถึงความคุ้มทุนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความคุ้มค่าการลงทุนจะขึ้นกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนเป็นหลัก อยากให้มีการเปรียบเทียบกับปริมาณความต้องการ และช่วงเวลาในการใช้ไฟฟ้า เช่น หากมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันมากอยู่แล้ว ระยะเวลาในการคุ้มทุนย่อมเร็วกว่า เป็นต้น

  

   ข้อมูลทางเทคนิคและการเงิน ที่ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการต้องศึกษาถึงความคุ้มทุน 

 

      างสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงาน กกพ.เปิดเผยถึงหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าภายใต้โครงการฯ ประกอบด้วย

      1.คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ :

            1.1 บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า

            1.2 มีเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าประเภทที่1 ตามประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายไม่เกิน 10KW ต่อครัวเรือน

      2.เป้าหมาย และปริมาณการรับซื้อรวม 100 เมกะวัตต์ :

            2.1.พื้นที่การไฟฟ้านครหลวงรวม 30 เมกะวัตต์

            2.2.พื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครวม 70 เมกะวัตต์

      3.เงื่อนไขในการพิจารณา และข้อยกเว้น :

      การพิจารณาแบบเรียงลำดับก่อนหลังตามความพร้อม (First come First served) โดยจะยึดถือวันและเวลาที่ได้รับแบบคำขอที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ของเอกสารหลักฐานที่กำหนดเป็นสำคัญ 

      4.ราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราไม่เกิน 1.68 บาท/หน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี

      อย่างไรก็ตาม กพพ.เน้นย้ำ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน สนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งเพื่อใช้เองเป็นลำดับแรก และหากมีไฟฟ้าที่ผลิตเหลือใช้ค่อยขายเข้าสู่ระบบ ถึงจะคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งคิดเป็นส่วนรายได้ รายจ่ายที่ประหยัดรวมราว 20,000 บาทต่อปี ระยะเวลาคืนทุน 7-10 ปี ทั้งนี้ จากข้อมูลของ กกพ.ประเมินเงินลงทุนในการติดตั้งระบบอยู่ที่ 30,000 บาท ต่อกิโลวัตต์ (kWp)

     โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-207-3599 หรือเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ.ที่ www.erc.or.th และเว็บไซต์ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทั้ง 2 แห่ง

     ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ข่าวพลังงาน http://www.energynewscenter.com