"กรมส่งเสริมการเกษตร" ตั้งทีมวางแผนรับมือการปลูกพืชช่วงแล้ง (ชมคลิป)

 

 

 

 

 

         ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และดูเหมือนว่าปีนี้มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำแผนการปลูกพืชฤดูแล้งโดยตั้งคณะทำงานจากหลายหน่วยงานร่วมกำหนดแผนงานร่วมกัน
         นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำแผนการปลูกพืชฤดูแล้งเพื่อกำหนดทิศทางและดำเนินงานให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มีเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชของเกษตรกรที่อาจเกิดความเสียหายจากภาวะภัยแล้ง โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหนึ่งในคณะทำงานวางแผนการปลูกพืชฤดูแล้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีแผนการดำเนินงาน 6 เดือนในช่วงฤดูแล้งจะเริ่มจาก 1 พฤศจิกายน-30 เมษายน 2562 โดยพื้นที่ที่อยู่ในแผนการดำเนินงานในปีนี้ครอบคลุมพื้นที่แห้งแล้ง 16.08 ล้านไร่ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรทำการปลูกพืชไปแล้ว 13.4 ล้านไร่ เหลือพื้นที่ที่สามารถรองรับตามแผนงานได้อีกเพียง 3.04 ล้านไร่ โดยปริมาณน้ำในพื้นที่เขตแห้งแล้งจะสามารถรองรับการปลูกข้าวรอบที่ 2 ตามแผนได้ 11.21 ล้านไร่ ล่าสุดเกษตรกรมีการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 ไปแล้ว 11.02 ล้านไร่ จึงมีปริมาณน้ำที่จะสามารถรองรับการปลูกข้าวรอบที่ 2 นี้ ได้อีกเพียง 0.19 ล้านไร่เท่านั้น

 

         ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแนะนำให้เกษตรกรที่จะปลูกข้าวในช่วงนี้อาจมีความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำที่อาจไม่เพียงพอ หากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงไปปลูกพืชชนิดอื่นที่มีอายุสั้น เช่น พืชผัก หรือข้าวโพดแทน โดยพืชที่ทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้แนะนำให้มีการปลูกทดแทนการปลูกข้าวรอบที่ 2 ก็คือ 1. กลุ่มพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวานรวมทั้งพืชตระกูลถั่ว 2.กลุ่มพืชผักอายุสั้น ที่มีปริมาณการใช้น้ำน้อยกว่าข้าวถึง 3 เท่า โดยทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีโครงการเพื่อส่งเสริมการลดพื้นที่ปลูกข้าวรอบที่ 2 เพื่อไปปลูกพืชอย่างอื่นแทน อันจะเป็นแรงจูงใจให้กับเกษตรกร 2 โครงการ ดังนี้
         1.โครงการข้าวโพดหลังนา โดยมีแผนการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังนาในปีนี้ครอบคลุมพื้นที่ 7.4 แสนไร่ เกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนสินเชื่อระยะสั้นไร่ละ 2,000 บาท กำหนดพื้นที่ต่อเกษตรกรหนึ่งรายไม่เกิน 15 ไร่ อัตราดอกเบี้ย 0.01% กำหนดชำระคืนเงินกู้ภายในระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีการประกันภัยพืชผลให้อีกไร่ละ 65 บาท/ไร่ อีกด้วย นอกจากการนี้ยังมีการให้ความรู้กับเกษตรกรโดยจัดอบรมเกษตรกรในพื้นที่ตลอดจนเชื่อมโยงตลาดโดยประสานความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์อีกด้วย ซึ่งเชื่อมั่นว่าเกษตรกรจะให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากตามเป้าหมายที่วางไว้

 

         2.โครงการพืชหลากหลาย เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่ได้ทดลองนำร่องแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จึงสานต่อโครงการในปีนี้และขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น โครงการนี้เน้นการปลูกพืชอายุสั้นและมีความหลากหลายเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการตลาด เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เร็วในระยะเวลาอันสั้น โดยรัฐสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการไร่ละ 1,000 บาท กำหนดพื้นที่ตามความเหมาะสม
         เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดและเข้าร่วมโครงการต่างๆ ตลอดจนสอบถามข้อมูลการปลูกพืชช่วงแล้งได้ที่ สำนักงานเกษตรในพื้นที่ได้ตั้งแต่วันนี้