ขับเคลื่อน "มหาสารคาม" สู่เมืองหลวงเกษตรกรรมยั่งยืน

     หาสารคาม - นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานประกาศเจตนารมณ์ “ขับเคลื่อนมหาสารคาม...สู่การเป็นเมืองหลวงแห่งเกษตรกรรมยั่งยืน” ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) บ้านหนองเผือก ต.หนองทุ่ม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ว่า ปัจจุบันสภาพการผลิตสินค้าเกษตรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันกันสูง ส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาในด้านต้นทุนการผลิตและตลาด โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว

     เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรม จ.มหาสารคาม โดยภาคประชาสังคม จึงได้ผนึกกำลังจากทุกหมู่เหล่าประกาศที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งเกษตรกรรมยั่งยืน พร้อมปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2561-2564) ที่ได้กำหนดเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนให้ได้ไม่น้อยกว่า 5,000,000 ไร่ ภายในปี 2564 ซึ่งจังหวัดได้กำหนดเป้าหมายการทำเกษตรกรรมยั่งยืนไว้ที่ 250,000 ไร่ โดยสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืน อาทิ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ วนเกษตร เกษตรธรรมชาติ และเกษตรกรรมรูปแบบอื่น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะผลักดันเพื่อให้เกิดการเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน โดยใช้กลไกการทำงานระดับพื้นที่จากภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม หมายถึง ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ปราชญ์ชาวบ้านทุกระดับ ร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ

     การประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจากทุกอำเภอประกอบด้วย เกษตรกร องค์กรจากเกษตรกร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ทั้งระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อมารับฟังนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน ตลอดทั้งประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนของ จ.มหาสารคาม สู่การเป็นเมืองหลวงแห่งเกษตรกรรมยั่งยืน

     “ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกัน ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตรัสว่า ‘สามัคคีคือพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ ภาคเกษตรของไทยจะไปไม่รอด หากไม่มีการปรับตัว เนื่องจากปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจของโลกกำลังตกต่ำลงทุกขณะ ส่งผลให้อาหารโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ประชากรโลกเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ในขณะที่อาหาร อากาศบริสุทธิ์ลดน้อยลงปัจจุบันค่า GDP ไม่สามารถวัดคุณภาพชีวิตของประชากรได้ แต่สิ่งที่วัดได้คือ มีอากาศบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ ดังนั้น ระบบการผลิตทุกด้านจึงต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ทุกโรงพยาบาล ทุกโรงเรียน ทุกโรงแรม ต้องมีอาหารปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค โดยรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จ.มหาสารคามจะเป็นเมืองหลวงแห่งเกษตรกรรมยั่งยืนได้ ด้วยบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนทุกระดับพื้นที่ เน้นลงมือทำ เพื่อผลักดันให้เกษตรกรรมของจังหวัดเกิดความยั่งยืนไปสู่ชั่วลูกชั่วหลานต่อไป” นายวิวัฒน์ กล่าว