ครม.ทุ่ม 9.7 หมื่นล้าน รักษาเสถียรภาพข้าว

         เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (จ.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีษะเกษ และยโสธร) ได้มีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2561/2562 ด้านการตลาด  3 โครงการ เป็นวงเงินหมุนเวียน 35,060 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาดอีกกว่า 62,890 ล้านบาท
         ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี โดยให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อชะลอการจำหน่ายผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ในเขตพื้นที่เพาะปลูกทุกจังหวัด เป้าหมาย 2 ล้านตันข้าวเปลือก โดยให้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท รวมวงเงินหมุนเวียน 22,500 ล้านบาท
         โครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพให้เฉพาะเกษตรกรรายย่อยปลูกข้าวนาปีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง ไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 12 ไร่ หรือครัวเรือนละ 18,000 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2561 - 30 กันยายน 2562 โดยใช้งบประมาณกว่า 57,722 ล้านบาท
         นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้สินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูป เป็นการชะลอปริมาณข้าวเปลือกไม่ให้ล้นตลาด เป้าหมาย 2 ล้านตัน โดยเป็นเงินหมุนเวียนสินเชื่อ 12,500 ล้านบาท และเงินจ่ายขาดอีก 507 ล้านบาท โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 และสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 1 และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ทั้งนี้รัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ให้โรงสีที่รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรในช่วง 60-180 วัน มีเป้าหมายที่ 5 ล้านตัน ซึ่่งรัฐบาลมั่นใจว่าทั้ง 3 โครงการจะช่วยชะลอปริมาณข้าวที่ออกสู่ท้องตลาดประมาณ 9 ล้านตัน