ส.วิทยาการวัชพืชฯ จัดเสวนาหาความจริง "สารกำจัดศัตรูพืช"
  • 14 December 2017 at 23:55
  • 411
  • 0

         ดร.จรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในฐานะองค์กรด้านวิชาการที่ก่อตั้งมานานถึง 40 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะสารกำจัดวัชพืชให้สมาชิกและสาธารณชนได้รับทราบข้อมูลวิชาการที่ถูกต้อง แต่ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยเกิดความวิตกกังวลว่าเกษตรกรไทยใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากเกินไป จนเกิดปัญหาทั้งผลตกค้างในผักผลไม้ ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม และเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องเหล่านี้มีข้อเท็จจริงมากน้อยอย่างไร จำเป็นต้องใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือตรวจสอบได้มาพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันในการแก้ปัญหา ประกอบกับยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตั้งเป้าว่าจะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยใช้โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ในอีก 20 ปีข้างหน้า
         ดังนั้น สมาคมฯ จึงกำหนดจัดงานเสวนาเรื่อง "สารเคมีกำจัดศัตรูพืช...อุปสรรคหรือตัวช่วยของ Thailand 4.0" ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2560 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมแคทลียา โรงแรมรามา การ์เด้นส์ สำหรับวิทยากรผู้ร่วมเสวนาครั้งนี้ ประกอบด้วย นายเปรม ณ สงขลา ตัวแทนเกษตรกร GAP และเกษตรอินทรีย์ ดร.วีระวุฒิ กตัญญูกุล ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจสารเคมีกำจัดศัตรูพืช นายวีระชัย ประทักษ์วิริยะ ตัวแทนผู้ส่งออกผักและผลไม้ไทย และ ดร.จรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย โดยมีนายธีมะ กาญจนไพริน ผู้ประกาศข่าวช่อง one เป็นผู้ดำเนินการเสวนา


         ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีพื้นที่การเกษตร 149 ล้านไร่ มีแรงงานในภาคเกษตรประมาณ 17 ล้านคน เพื่อผลิตสินค้าให้เพียงพอบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ จนได้รับสมญานามว่าเป็นครัวของโลก ประเทศไทยมีจุดแข็งที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ตลอดทั้งปี กลับกันเป็นจุดอ่อนที่ต้องเผชิญภัยคุกคามจากศัตรูพืชตลอดทั้งปีเช่นกัน ไม่ว่าโรค แมลง ไร สัตว์ศัตรูพืช และวัชพืช
         เกษตรกรไทยจึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งนอกจากสินค้าที่สวยงามไม่มีร่องรอยการทำลายของโรคและแมลงแล้ว ยังต้องควบคุมไม่ให้สารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานสากล ต้องปลอดเชื้อจุลินทรีย์ และต้องไม่มีศัตรูพืชติดไปกับสินค้าด้วย
         "เกษตรกรใช้เป็นอาวุธปกป้องกันผลผลิตไม่ให้เสียหายหรือถูกทำลายจากศัตรูพืช แต่สารเคมีกำจัดศัตรูพืชกลับถูกมองเป็นจำเลยของสังคมไทยมานานว่า เป็นตัวการทำให้เกิดการปนเปื้อนอาหารทำลายระบบนิเวศ และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยล้มตายของเกษตรกรผู้ใช้และสารก่อมะเร็งในผู้บริโภค จึงเป็นเรื่องที่ต้องค้นหาความจริงเช่นกัน"
         นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยกล่าวอีกว่า Thailand 4.0 สำหรับภาคเกษตรต้องเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ เกษตรกรต้องเป็น smart farmer บริหารจัดการฟาร์มแบบ smart farming ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เป็นผลมาจากงานวิจัย ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ฐานะร่ำรวยขึ้น เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนให้พ้นกับดักประเทศมีรายได้ปานกลาง
         "เป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับคำว่า Thailand 4.0 หรือ เกษตร 4.0 สารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะเป็นอุปสรรคหรือตัวช่วย เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และเอ็นจีโอ ต้องร่วมคิดวางแผนหาทางออกด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง" ดร.จรรยา กล่าวทิ้งท้าย