ฝายประชารัฐหนองแวง (1)

โดย - ปรีชา อภิวัฒนกุล

ฝายประชารัฐหนองแวง(1)

 วิถีชลประทานนอกกรอบ

 

         งานชลประทานขนาดเล็ก ไม่ว่าฝาย อ่างเก็บน้ำ สร้างเสร็จแล้วก็แล้วกันไป ต้องโอนให้เป็นความรับผิดชอบขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ไปตามกฎหมาย

         อปท.อย่างองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ก็มะงุมมะงาหราจัดการกับฝาย อ่างเก็บน้ำเหล่านี้ ทั้งด้วยข้อจำกัดเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และการซ่อมบำรุง สุดท้าย ไม่เอาหูไปนาตาไปไร่ก็ต้องขอให้กรมชลประทานเข้ามาช่วยเหลือ

         ฝายน้ำล้น เป็นความจำเป็นสำหรับพื้นที่การเกษตรระดับหมู่บ้าน ตำบล โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่น้ำชลประทานเข้าไปไม่ถึง

         ฝายทั่วไปไม่เป็นฝายหินทิ้ง ก็สร้างง่ายๆใช้กระสอบทรายวางสุมบนพื้นแล้วก่อปูนฉาบอีกที ฝายอย่างนี้มีมาก และอายุสั้นน่าใจหาย บางแห่งสร้างเสร็จใช้งานได้ 5-10 วันเจอน้ำหลากมาก็พังแล้ว เพราะน้ำลอดใต้พื้นทรายเข้าไปกัดเซาะจนพังอย่างรวดเร็ว

         ฝายพัง ชีวิตเกษตรกรที่อาศัยน้ำจากฝายก็พลอยพังทลายไปด้วย

         เช่นเดียวกับฝายหนองแวงที่เป็นฝายหินทิ้ง น้ำหลากมาอย่านึกว่าเป็นหินแล้วจะเอาอยู่ ที่ไหนได้ฝายพังทลายจนไม่อาจเก็บกักน้ำได้เลย

         คุณสุจินต์ หลิ่มโตประเสริฐ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมชลประทาน ชวนผมไปดูฝายประชารัฐหนองแวง ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างฝาย โดยมีคุณภัทรพล ณ หนองคาย ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 6 ขอนแก่น พานำชม

         "ปี 2558 แล้งหนัก ชาวบ้านไม่มีน้ำทำกิน มาขอให้โครงการก่อสร้างไปช่วยหาทางแก้ปัญหาน้ำให้ ผมก็ว่าถ้ารองบประมาณไม่รู้จะได้เมื่อไหร่ เอาอย่างนี้มาร่วมด้วยช่วยกันดีกว่า ชาวบ้านลงแรง อบต.ลงเงิน เราจะออกแบบฝายที่แข็งแรงมั่นคงให้" คุณภัทรพลเล่าความเป็นมา

         โครงการก่อสร้าง ว่าไปก็คือโครงการชลประทานขนาดเล็กนั่นเอง มอบหมายให้ทีมอาสาบรรเทาภัยแล้ง ซึ่งเป็นจิตอาสาประกอบด้วยนายช่างชลประทานบำนาญ นักส่งเสริมการเกษตร นักประดิษฐ์ รวมถึงสื่อมวลชนช่วยออกแบบ โดยมีโจทย์ว่า งบประมาณ 5 แสนบาททำอย่างไรให้ได้ฝายที่มั่นคงแข็งแรงทานน้ำหลากได้

         ในที่สุดก็ได้ฝายที่ก่อสร้างด้วยเทคนิคดินผสมปูนหรือ Soil Cement และไม่ใช้เหล็กเส้น เพื่อประหยัดต้นทุน โดยทั่วไปจะขุดร่องแกนจนถึงดินชั้นทีบน้ำ แต่กรณีของฝายหนองแวงไม่ต้องขุดเพราะมีพลาญหินอยู่แล้ว และออกแบบให้มีหูฝาย 2 ด้านเพี่อความมั่นคงแข็งแรง

         ฝายหนองแวงประชารัฐ มีขนาดความกว้าง 40 เมตรกั้นลำน้ำชี ความสูง 2.50 เมตร สันฝายกว้าง 1 เมตร ใช้งานตั้งแต่ปี 2558 จนถึง 2560 ยังแข็งแรงมั่นคงตามที่ตั้งใจ และเก็บน้ำไว้ในลำน้ำ โดยมีสถานีสูบน้ำ 3 สถานีทำหน้าที่สูบน้ำไปส่งตามท่อและคูน้ำวันละ 30,000 ลูกบาศก์เมตร ปีหนึ่งสูบน้ำใช้ประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 1% ของปริมาณน้ำท่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร

         ฝายจากความร่วมมือร่วมใจ ระดมเกษตรกรในตำบลมาช่วยลงแรงวันละ 200-300 คนและต้องทำกันดึกดื่นตี1ตีสอง เพราะต้องการให้เสร็จทันใช้งานก่อนน้ำจะหลากมา

         คุณนิคม อบมาลี นายกอบต.หนองแวง เล่าว่า เขาแทบไม่เชื่อว่าชาวบ้านจะพร้อมเพรียงเสียสละถึงขนาดนี้ เพราะด้วยความรู้สึกเดียวกันคืออยากได้น้ำ ไม่มีน้ำทำกินไม่ได้เลย พวกเขามาสร้างฝายด้วยการห่อข้าวมากินเอง บางวันยังมีกะกลางคืน 2 กะด้วย เพราะต้องเร่งสร้างก่อนน้ำมา

         3 ปีผ่านมา เกลียวสามัคคีของชาวบ้านยังผูกพันเหนียวแน่น และเขาไม่ลืมคนที่ช่วยให้เกิดฝายนี้คือคุณภัทรพล ป้ายแผ่นไม้ตอกติดตรึงกับต้นไม้ริมน้ำชีสลักชื่อภาษาอังกฤษ Na Nongkhai DAM อันหมายถึงนามสกุล ณ หนองคาย ของผอ.ภัทรพลนั่นเอง

         ทั้งเป็นเพราะฝายที่มั่นคงแข็งแรง ราคาประหยัด และใช้การได้ดี

         ฝาย Soil Cement ของหนองแวงกลายเป็นต้นแบบให้ฝายของอบต.อื่นๆนำไปสร้างอีก 47 แห่ง ไม่นับรวมที่เอาไปประยุกต์ก่อสร้างเอง

         เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีราคาประหยัดที่ต้องสนใจ เพราะถ้าทำเหมือนเดิมคือฝายพังทุกปี หรือสร้างเต็มรูปแบบอย่างกรมชลประทานสร้างต้องใช้เงิน 30 ล้านบาทขึ้นไปซึ่งกรมฯเองไม่สามารถตอบสนองได้ทั่วถึงและรวดเร็ว

         ถือเป็นวิธีนอกกรอบชลประทานที่ยังประโยชน์ใหญ่หลวง