"บ้านหนองนางขวัญ"ต้นแบบแปลงใหญ่”เลี้ยงปลา"

 

 

 

การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยมีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าทางการเกษตรร่วมกัน 

         โดยบริหารจัดการร่วมกันตั้งแต่การผลิต การจัดหาปัจจัยการผลิต การจำหน่าย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับสินค้าให้ได้มาตรฐาน และสามารถแข่งขันในตลาดภายใต้การสนับสนุนอย่างบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ในการพัฒนาการผลิตสินค้าสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนตามหลักการบริหารตามแนวประชารัฐ 

          นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ในปี 2560 กรมประมงได้เตรียมแผนดำเนินการโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่โดยส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ ตั้งเป้าหมายรวมกลุ่มแปลงใหญ่เพิ่มขึ้น 18 แปลง รวมแปลงเดิมปี 2559 7 แปลง รวมเป็น 25 แปลง (ปัจจุบันมีการเข้าร่วมโครงการฯ 27 แปลง ซึ่งเกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้) มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ 2,450 ราย พื้นที่จำนวน 33,993 ไร่ ครอบคลุมเขตพื้นที่ต่างๆ อาทิ เขตชลประทาน ปฏิรูปที่ดิน เขตสหกรณ์นิคม และพื้นที่เกษตรทั่วไป

 

 

          มีเจ้าหน้าที่กรมประมงร่วมเป็น “ผู้จัดการแปลง” มีหน้าที่ประสาน สนับสนุน อำนวยความสะดวกในการพัฒนาสมาชิกแปลงใหญ่มาร่วมกำหนดเป้าหมายการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกขั้นตอนจนถึงการเชื่อมโยงตลาดกับภาคเอกชนแบบประชารัฐเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสามารถประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ 

          ร.ต.สมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จ.ขอนแก่น เล่าถึงเส้นทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำว่า เดิมรับราชการทหารและได้ลาออกจากราชการเมื่อปี 2548 จากนั้นได้นำเงินที่เก็บสะสมมาซื้อที่ดิน 14 ไร่ บริเวณบ้านหนองนางขวัญ ต.เมืองเพีย จ.ขอนแก่น เนื่องจากเล็งเห็นว่ามีคลองส่งน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าไหลผ่าน 

          อีกทั้ง พื้นที่อยู่ติดกับแก่งละว้าที่ถือว่าเป็นพื้นที่แก้มลิงของเมืองขอนแก่น จึงมีแนวคิดทำเกษตรแบบผสมผสานกับเลี้ยงปลา โดยเริ่มศึกษาข้อมูลต่างๆจากหน่วยงานประมงในพื้นที่ ทั้งการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเลี้ยงปลา ทำปุ๋ยชีวภาพ ทำอาหารปลาแบบพื้นบ้านเพื่อลดต้นทุนผลิต การเลี้ยงสัตว์น้ำแบบไม่ใช้ยาและสารเคมี อีกทั้ง ฟาร์มเพาะเลี้ยงเป็นฟาร์มระบบปิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะไม่มีการปล่อยของเสียออกนอกฟาร์ม 

 

 

         ปัจจุบันฟาร์มของเขามีเนื้อที่ทั้งหมด 56 ไร่ และได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนา โดยภายในฟาร์มได้เลือกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาดหลายชนิด อาทิ ปลานิล ปลาตะเพียนขาว ปลาช่อน เป็นต้น แต่เนื่องจากพื้นที่ฟาร์ม เป็นพื้นที่ดินเค็มเขาจึงนำกุ้งขาวแวนนาไมและปลากะพงขาวมาเลี้ยงเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับสินค้าภายในฟาร์มของเขามากยิ่งขึ้น 

         ช่วงปี 2559 ฟาร์มได้ผลผลิตปลาและกุ้งขาวทั้งหมดรวม 11,950 กก. แบ่งเป็น ปลานิล 9,000 กก. ปลาตะเพียนขาว 2,000 กก. ปลากะพงขาว 400 กก. กุ้งขาว 550 กก. รวมรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 740,000 บาท ทั้งยังปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงเป็ด ห่าน และไก่เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งทำให้เขามีรายได้เลี้ยงครอบครัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากในอดีตมาก

         ต่อเมื่อเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว ก็เริ่มมีพี่น้องและประชาชนในพื้นที่หันมาศึกษาดูงานมากยิ่งขึ้น เขาจึงมีแนวคิดตั้งกลุ่มเลี้ยงปลาบ้านหนองนางขวัญขึ้นเมื่อปี 2556 โดยมีเขารับหน้าที่เป็นประธานกลุ่ม ขณะเดียวกันเขาก็ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานราชการให้เป็นเกษตรอาสาและประมงอาสาประจำตำบลเมืองเพีย ทั้งเป็นวิทยากรไปถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยใช้ฟาร์มของเขาเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ

         ปี 2558 กลุ่มผู้เลี้ยงปลาบ้านหนองนางขวัญโดยการนำของเขา ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ในการประกวดกลุ่มเศรษฐกิจต้นแบบจากจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันฟาร์มของ ร.ต.สมพงษ์ ได้เข้าร่วมโครงการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเป็นเครือข่ายเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของทางภาครัฐให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ทราบอีกด้วย

 

 

         นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า การรวมกลุ่มทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จะก่อให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น (Economy of Scale) แต่ทั้งนี้จะต้องเกิดจากความพร้อมใจกันของเกษตรกร ชุมชนต้องมีความเข้มแข็งที่สำคัญคือความเสียสละเพื่อส่วนรวม ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ จะต้องทำให้เห็นความสำเร็จเป็นตัวอย่างจริง 

         กรมประมงจึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรหันมารวมกลุ่มกันทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อช่วยกันร่วมพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตลอดจนให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

ที่มา : กรมประมง