ศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต

 

 

     ฟู้ดอินโนโพลิสผนึก สวก.- ม.ศิลปากร เปิดศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต หวังเป็น one stop service ด้านวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพิ่มความสามารถแข่งขันอุตสาหกรรมอาหารไทย

       สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรม “Food Innopolis Open house: Future Food Lab” พร้อมลงนามความร่วมมือพัฒนาผู้ประกอบการอาหารแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง การขับเคลื่อนนวัตกรรมสาหรับ SMEs ด้วย Future Food Lab” ทั้งนี้ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบการด้านอาหารสนใจเข้าร่วมงานกว่า 500 ราย

 

        ดร.อรรชกา กล่าวในช่วงหนึ่ง ว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนประเทศในยุคของประเทศไทย 4.0 และเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ โดยในปีที่ผ่านมาการส่งออกอาหารของไทยมีมูลค่าสูงถึง 9.7 แสนล้านบาท หรือ คิดเป็น 12.8% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ โดยไทยเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 12 ของโลก ในการส่งออกอาหาร สำหรับในปี 2560 นี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารของไทยจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 10.5 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ดี ถึงแม้สินค้าอาหารของเราหลายรายการ จะมีมูลค่าการส่งออกอยู่ใน 5 อันดับแรกในตลาดโลก เช่น ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และเครื่องปรุงรส แต่ถ้าเรายังเน้นการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารในรูปของวัตถุดิบและการแปรรูปขั้นต้น ในอนาคตอุตสาหกรรมอาหารไทยจะไม่สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดสากล โดยเฉพาะในยุคที่พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นตามวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน ดังนั้น ผู้ประกอบการอาหารไทยต้องเร่งปรับตัว นำนวัตกรรมเข้ามาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

 

 

       “จากการสำรวจข้อมูลการวิจัยพัฒนาของภาคเอกชน ประจำปี 2559 พบว่าภาคเอกชนลงทุนวิจัยพัฒนารวมทั้งสิ้นประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมอาหารมีการลงทุนวิจัยพัฒนาสูงสุดในภาคการผลิตของประเทศ คือประมาณ 12,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค โดยนวัตกรรมอาหารจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5 เท่า และบางผลิตภัณฑ์อาจเพิ่มมูลค่าได้กว่า 10 เท่า หรือ100 เท่า เช่น การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ อาหาร พร้อมทาน อาหารฮาลาล อาหารที่เน้นประโยชน์เฉพาะ อาหารเสริมหรืออาหารที่มีผลในเชิงรักษาโรค และสารสกัดจากวัตถุดิบอาหาร ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีในการที่ทั้งสามหน่วยงานจะเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการอาหารในทุกระดับและครบทุกมิติ เป็นการตอบโจทย์ประเทศภายในนโยบายประเทศไทย 4.0ดร.อรรชกา กล่าว

 

 

        ด้าน ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า ศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต (Future Food Lab) ดำเนินงานในลักษณะ one stop service ด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม เพื่อยกระดับความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทย โดยทั้งสามหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการได้แก่ เมืองนวัตกรรมอาหาร ให้การสนับสนุนพื้นที่สาหรับดำเนินงาน อำนวยความสะดวกในการทำวิจัย ตลอดจนกิจกรรมทางการตลาด มหาวิทยาลัยศิลปากร สนับสนุนทีมวิจัยและคณะทำงานเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้านอาหาร และสวก. สนับสนุนทุนวิจัยสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งนี้เมืองนวัตกรรมอาหาร ได้ตั้งเป้าหมายจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคเอกชนได้ไม่ต่ากว่า 100 ราย ในระยะเวลา 5 ปี