"ปูนิ่มเมืองระนอง" อาชีพสดใส กำไรเดือนละ 3-4 หมื่นบาท (ชมคลิป)

         ปูทะเล หรือ ปูดำ อาจไม่น่ากินสำหรับคนที่ไม่ชอบแกะกระดอง แต่ถ้าทำให้มันกลายเป็น "ปูนิ่ม" ที่สามารถกินได้ทั้งตัวโดยไม่ต้องแกะ และยังทำเป็นเมนูรสเด็ดได้หลากหลาย ทั้งผัดผงกระหรี่ ผัดพริกไทยดำ หรือทอดกระเทียม ก็จะช่วยเพิ่มความอร่อยและเพิ่มมูลค่าให้ปูได้อีกหลายเท่าตัว ซึ่งจังหวัดระนอง นับเป็นแหล่งเลี้ยงปูนิ่มที่สำคัญของประเทศไทย มีหลายชุมชนที่ยึดอาชีพนี้จนประสบความสำเร็จ อย่างเช่น กลุ่มสตรีเลี้ยงปูนิ่ม ต.หงาว อ.เมืองระนอง ที่เลี้ยงปูนิ่มมานับ 10 ปี

         นางรจนา โรมรินทร์ ประธานกลุ่มเลี้ยงปูนิ่ม ต.หงาว เล่าว่า แต่เดิมพื้นที่บริเวณบ้านเป็นป่ามะม่วงหิมพานต์ พื้นเป็นทราย พอดีทรายกำลังมีราคาดี จึงขายทรายให้บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ให้เขามาขุดจนเกิดเป็นบ่อเหมาะกับการเลี้ยงปู กระทั่งมาร่วมกับญาติขุดบ่อเพิ่มเติมกลายเป็น 4 บ่อ บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เลี้ยงปูบ่อละประมาณหมื่นตัวในแต่ละรุ่น

         ขั้นตอนการเลี้ยงปูนิ่ม เริ่มจากซื้อปูดำจากชาวประมง หรือจากคนในหมู่บ้านที่จับปูมาขาย บางครั้งถ้าปูขาดตลาดก็จะซื้อจากพม่า ใช้เฉพาะปูตัวผู้ และปูกระเทย ไม่ใช้ตัวเมียเพราะไม่ลอกคราบ ขนาดตั้งแต่ 60-80 กรัม มาเลี้ยงใส่กล่องละหนึ่งตัว ทำการตัดขาและก้ามออก เหลือไว้แต่กรรเชียงทั้งสองข้างเพื่อเป็นการเร่งให้ปูลอกคราบ ซึ่งจะใช้เวลา 15 วัน ถ้าเป็นปู 90 กรัมขึ้นไปจะใช้เวลา 40 วัน แต่ถ้าเป็นปูแก่ สีผิวเข้มไม่ต้องตัดขา รอเพียง 3-5 วันให้มันลอกคราบ เมื่อปูลอกคราบก็จะได้ปูนิ่ม ซึ่งปูจะแข็งตัวภายใน 3 ชั่วโมง จึงต้องรีบนำปูนิ่มไปใส่ในถังน้ำจืดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ให้คลายความเค็มเพื่อชะลอการแข็งตัวของกระดอง คนเลี้ยงจึงต้องคอยตรวจกล่องวันละ 4 ครั้ง 05.00 น. 10.00 น. 16.00 น. และ 20.00 น. เพื่อดูว่าปูลอกคราบหรือยัง โดยจะเลี้ยงเป็นรุ่นๆต่อเนื่องไปตลอดทำให้มีปูนิ่มขายทุกวัน

         "เราใช้ปลาเหยื่อจากหน้าแพ พวกปลาทู ปลาลายเขียว มาสับเป็นอาหารเลี้ยงปู ให้อาหาร 4 วันต่อครั้ง ที่นี่วัตถุดิบทุกอย่างมีประโยชน์หมด เราตัดนิ้วปูดำให้ปลากิน ในบ่อเป็นน้ำจากธรรมชาติ มีพวกปลากะพง ปลานิล เข้ามาอยู่ ซึ่งสามารถเลี้ยงรวมกันไปได้เลย ปลานิลจะกินสาหร่าย ตะไคร้น้ำ และเศษขยะในบ่อ ช่วยทำความสะอาดบ่อไปในตัว ส่วนคราบปูก็มีแคลเซี่ยม นำมาใส่ต้นปาล์ม ต้นมะพร้าว ช่วยให้เจริญงอกงาม ไม่ต้องพึ่งสารเคมีเลย"
         นางรจนา บอกว่า ช่วงหน้าฝนจนถึงต้นหนาว ผลผลิตไม่ค่อยดี ปูจะเสียหายเยอะ ช่วงที่ผลผลิตดีๆมีอยู่ไม่กี่เดือนแต่ก็สร้างรายได้ให้ครอบครัวละ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน ไซส์ของปูที่ขายได้ราคาดี ณ ตอนนี้คือ ตัวละ 100 กรัมขึ้นไป ขายส่งโรงงาน 340 บาท คนไปซื้อกินที่ร้านอาหาร ตกตัวละเกือบพันบาท ทั้งนี้ตลาดประเทศจีนมีส่วนกำหนดราคาและขนาดปู เช่นถ้าคนจีนนิยมไซส์ 50 กรัม ไซส์นี้ก็จะแพงขึ้นมาได้
         "ทางกลุ่มจะขายปูให้ บริษัท สยามชัยอาหารสากล จำกัด เขารับซื้อทุกขนาด แต่บางขนาดที่ไม่ได้ราคาทางกลุ่มก็จะเอาไปแปรรูปเอง แช่แข็งส่งขายตามร้านอาหารต่างจังหวัด หรือนำไปทำเมนู ทอด ยำ ขายในช่วงที่ไปออกงาน"

         อย่างไรก็ตาม เพื่อต่อยอดธุรกิจเลี้ยงปูนิ่ม กลุ่มของคุณรจนาจึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อกู้เงินดอกเบี้ยต่ำมาเสริมสภาพคล่อง กู้ครั้งแรก 200,000 บาท และในปีนี้ยังกู้อีกเป็นครั้งที่สอง เพราะการเลี้ยงปูนิ่มในแต่ละบ่อต้องใช้เงินทุนกว่า 1 แสนบาท คุณรจนาบอกว่าเงินกองทุนฯนี้ช่วยให้ทางกลุ่มสามารถทำงานได้ต่อเนื่องทั้งค่าวัตถุดิบ และค่าแรง ที่ช่วยให้คนในหมู่บ้านมีงานทำไปด้วย

         ด้าน นายปรีชา กิตติสัตยกุล ผู้ตรวจราชการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน จ.ระนอง มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีประเภทบุคคล 38,616 คน และสมาชิกประเภทองค์กร 154 องค์กร มีโครงการได้รับการอนุมัติงบประมาณประเภทเงินอุดหนุน 47 โครงการ เป็นเงิน 3,000,000 บาท ผู้ได้รับประโยชน์ 5,151 คน และมีโครงการได้รับการอนุมัติงบประมาณประเภทเงินหมุนเวียน 71 โครงการ เป็นเงิน 12,000,000 บาท ผู้ได้รับประโยชน์ 1,955 คน
         "ผลงานของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ไม่เพียงแต่จะสามารถแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและรูปธรรมความสำเร็จของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้สังคม ได้เห็นถึงพลังและความสามารถของผู้หญิงไทยที่มีศักยภาพไม่แพ้ผู้ใด ซึ่ง สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมที่จะเดินหน้าเคลื่อนกิจกรรมเพื่อยกระดับและเสริมศักยภาพบทบาทของสตรีในทุกๆ ด้าน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สตรีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป" นายปรีชา กล่าวในที่สุด