ครม.ไฟเขียวแก้หนี้เกษตรกร-กองทุนฯ 3.6 หมื่นราย : ยอดหนี้ 6,382 ล้านบาท

 

      ทำเนียบฯ 2 ต.ค. - นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแนวทางแก้ไขและปรับโครงสร้างหนี้สินให้แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กลุ่มแรก 36,605 ราย และเป็นกลุ่มค้างชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ยอดหนี้เงินต้น 6,382 ล้านบาท ภาระดอกเบี้ยค้างชำระ 3,829 ล้านบาท ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกองทุนฟื้นฟูฯ โดยรัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อชดเชยให้ ธ.ก.ส.ด้วยการพักหนี้เงินต้นร้อยละ 50 หยุดชำระหนี้ไว้ก่อน จากนั้นนำมาปรับโครงสร้างหนี้ในส่วนที่เหลือครึ่งหนึ่งของหนี้เงินต้น คิดดอกเบี้ย MRR-ร้อยละ 3 เงินต้นที่เหลือผ่อนชำระ 15 ปี วงเงินหนี้ 2.5 ล้านบาทต่อราย ส่วนภาระดอกเบี้ยที่เหลือร้อยละ 50 ยกหนี้ให้ไม่ต้องชำระหากผ่อนชำระตามกำหนด จึงเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการช่วยเหลือ 

      สำหรับแผนช่วยเหลือครั้งนี้ไม่คำนวณรวมเป็นเอ็นพีแอล เพื่อประเมินผลตามบันทึกข้อตกลงการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจและเป็นโครงการที่ต้องแยกเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐให้แก่ ธ.ก.ส.และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามระเบียบที่กำหนด ทั้งนี้ เกษตรกรที่มีสิทธิ์ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้ต้องมีคุณสมบัติ คือ 1.เป็นเกษตรกรประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด 2.เป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร 3.มีหนี้ที่เกิดจากการทำเกษตรกรรม และ 4.เป็นหนี้ในระบบตามที่กฎหมายกำหนด หนี้โครงการส่งเสริมของรัฐ หนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินประเภทธนาคารพาณิชย์ ธ.ก.ส.หรือนิติบุคคล และหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันเกษตรกร โดยเปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม-13 ตุลาคม 2561 เป็นระยะเวลา 60 วัน ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรทั่วประเทศ

      นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ลูกหนี้เกษตรกรที่เข้าข่ายรับการช่วยเหลือต้องเป็นหนี้เอ็นพีแอลเกิน 3 ปี เพื่อไม่ให้หยุดจ่ายหนี้หวังได้รับการช่วยเหลือ และหากปรับโครงสร้างหนี้แล้วยังผิดนัดชำระหนี้ ธ.ก.ส.ปรับเบี้ยผิดนัดชำระคิดดอกเบี้ย MRR+ร้อยละ 3 และเบี้ยปรับอีกร้อยละ 3 เมื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ของ ธ.ก.ส.แล้วจะขยายแผนการช่วยเหลือไปยังธนาคารพาณิชย์ หรือสหกรณ์อื่นเพิ่มเติมภายหลัง เมื่อช่วยเหลือลูกค้าของ ธ.ก.ส.ได้ผลสำเร็จแล้ว.