จัด1.2หมื่นล้านผุดเมืองต้นแบบธุรกิจเกษตรชายแดนใต้

 

 

ก.อุตฯ ขานรับผุดเมืองเกษตรอุตสาหกรรมพื้นที่เซฟตี้โซนแดนใต้ 1 ใน 4 ธุรกิจโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ด้วยงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท มุ่งพืชเกษตรปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ด้านปศุสัตว์ เลี้ยงแพะและไก่เบตง

         นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในฐานะรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ตามที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่ จ.สงขลา ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้นำเสนอความก้าวหน้าของโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ นำร่องในพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านความปลอดภัย โดยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนนำไปสู่การสร้างธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตจากการสร้างงานและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมแปรรูปโรงงานน้ำมันปาล์ม ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ที่ได้รับการคัดเลือกตามโครงการเมืองต้นแบบด้วย

 

         สำหรับเมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสานเป็นการร่วมทุนระหว่างเอกชนรายใหญ่และเอกชนในพื้นที่หลายแห่ง เพื่อดำเนิน 4 ธุรกิจ วงเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท ได้แก่ ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจบริการ โดยมีการดำเนินการที่น่าสนใจ คือ การปลูกปาล์ม 5,000 ไร่ มะพร้าว 5,000 ไร่ ทั้ง 2 เป็นพืชเศรษฐกิจที่ใช้น้ำน้อย โดยเฉพาะมะพร้าวแปรรูปได้ทั้งมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวกะทิ ซึ่งทางภาคเอกชนมีความต้องการ เช่น บริษัท อำพลฟู้ดส์ และกลุ่มธุรกิจอิชิตัน  การปศุสัตว์ เช่น เลี้ยงแพะ ซึ่งสัมพันธ์กับวิถีชีวิตชาวมุสลิม ประกอบกับมาเลเซียมีความต้องการเนื้อแพะเพื่อการบริโภคแต่ผลิตไม่เพียงพอ โดยเกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาทต่อการเลี้ยงแพะ 100 ตัว รวมทั้งการเลี้ยงไก่เบตงที่ตลาดในและต่างประเทศมีความต้องการสูงเช่นกัน และการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยใช้ของเสีย วัสดุเหลือทิ้งจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปาล์มและมะพร้าวสามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้

          นายสุรพล กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการขออนุญาตตั้งเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัด ที่แจ้งความประสงค์จะพัฒนาพื้นที่ 3,600 ไร่ ให้กลายเป็นเมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรม ภายในจะมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงงานปุ๋ย โรงงานไบโอแก๊ส โรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง และกำลังยื่นโรงงานแปรรูปน้ำมะพร้าว โดยเป็นไปตามนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (เกษตรแปรรูป)

 

 

          “การประกาศตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรมเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 กำหนดให้โครงการฯ ต้องทำการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งกระทรวงฯ และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยวางระบบทั้งหมด เพื่อให้การขออนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย ประเมินกันว่าหากทุกฝ่ายเร่งดำเนินการจะใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นและกระทรวงฯ จะช่วยชักชวนนักลงทุนด้วย เพราะเห็นศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งมีทำเลดี มีความสมบูรณ์ของวัตถุดิบและแรงงาน ตระหนักดีว่าภาคธุรกิจต้องการความปลอดภัยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่สีเขียวมีความปลอดภัยและมี ศอ.บต. ดูแลความปลอดภัยและคอยอำนวยความสะดวกทุกอย่างเป็นอย่างดี” นายสุรพล กล่าว