ฝนมากระวังโรคในหอมแดง หอมแบ่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม และถั่วเหลือง

         กรมวิชาการเกษตร แจ้งเตือนภัยวันที่ 18 – 24 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงที่มี ฝนตกชุก ลมกระโชกแรง ดังนั้น หอมแดง หอมแบ่ง หอมหัวใหญ่ และกระเทียม ในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ให้ระวังโรคหัวและรากเน่า ขณะที่ กระเทียม ในระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ควรระวังไรกระเทียม ขณะที่ ถั่วเหลือง ในสภาพอากาศร้อนชื้น มีฝนตกประปราย ระยะติดฝักอ่อนให้ระวังหนอนม้วนใบ มวนถั่วเหลือง หนอนเจาะฝักถั่ว และเพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง

 

         สำหรับแนวทางป้องกันและแก้ไขมีดังนี้

         โรคหัวและรากเน่า (เชื้อรา Sclerotium rolfsii) ในหอมแดง, หอมแบ่ง, หอมหัวใหญ่ และ กระเทียม ที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น

         1. หลีกเลี่ยงการปลูกพืช ในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรคนี้

         2. ควรเลือกแปลงปลูกที่ดินไม่เป็นกรดจัด หรือปรับสภาพดินไม่ให้เป็นกรดจัด โดยใส่ปูนขาว หรือ โดโลไมท์ อัตรา 300–400 กิโลกรัมต่อไร่ (หรือตามค่าวิเคราะห์ดิน) แล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์อย่างน้อย 1–2 ตันต่อไร่ และแปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี

         3. ใช้หัวหรือเมล็ดพันธุ์จากแหล่งปลูกที่ไม่เคยมีโรคนี้ระบาดมาก่อน และไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ

         4. หมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นเป็นโรค ให้ถอนต้นและขุดเอาดินที่พบเชื้อรานำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก แล้วใช้สารอีไตรไดอะโซล 24% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน 6% + 24% อีซี อัตรา 30-40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์บอกซิน 75% ดับเบิ้ลยูพีอัตรา 10-15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไอโพรไดโอน 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ราดดินในหลุมและบริเวณใกล้เคียง เพื่อป้องกันเชื้อราแพร่ไปยังต้นข้างเคียงและควรหยุดใช้สารก่อนการเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 14 วัน

         5. หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรกำจัดเศษซากพืชและวัชพืชในแปลงให้หมด เพื่อป้องกันการสะสมเชื้อโรค

         6. ในช่วงที่เว้นว่างจากการปลูกพืช ควรไถพลิกดินขึ้นมาตากแดดนานๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจตกค้างในดิน

         7. แปลงที่มีการระบาดของโรค ควรเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน

 

 

         ไรกระเทียม ที่เกิดในกระเทียมระยะเจริญเติบโตทางลำต้น

         1. ควรคัดเลือกหัวพันธุ์ที่สมบูรณ์ จากแหล่งที่ไม่มีการระบาดทำลายของไรกระเทียมมาก่อน การเก็บเกี่ยวควรแยกกระเทียมที่จะใช้ทำพันธุ์ไว้ต่างหากไม่รวมกับกระเทียมส่วนอื่นๆ

         2.กำจัดวัชพืชในนาและบนคันนาก่อนเตรียมดินปลูกทั้งนี้เพื่อเป็นการทำลายแหล่งซึ่งไรอาจจะใช้เป็นที่อาศัยนอกฤดูปลูกกระเทียม

         3. เริ่มสำรวจต้นกระเทียมเมื่ออายุประมาณ 3 สัปดาห์หลังงอก ถ้าพบอาการใบม้วนงอและขอบใบเป็นสีเหลืองมากกว่า 25% ให้พ่นสารฆ่าไร และสำรวจต่อไปทุก 14 วัน ถ้าพบอาการดังกล่าวให้พ่นซ้ำ และควรผสมสารจับใบ สารฆ่าไรที่ใช้ได้ผลดีในการป้องกันกำจัดไรชนิดนี้ คือ อะมิทราซ 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ กำมะถัน 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 55-70 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

 

         ถั่วเหลือง ระยะติดฝักอ่อน หากอยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น มีฝนตกประปราย อาจเกิดปัญหาจากหลายสาเหตุ ดังนี้

         หนอนม้วนใบ แนวทางป้องกันและแก้ไขให้พ่นสารฆ่าแมลง แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อใบถูกทำลาย 30 เปอร์เซ็นต์ ในระยะก่อนออกดอกถึงระยะฝักยังเขียวอยู่ หรือใบถูกทำลาย 60% หลังดอกบาน 4 สัปดาห์

         มวนถั่วเหลือง ให้พ่นสารฆ่าแมลง บูโพรเฟซิน 25% ดับเบิลยูพีอัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% ซีเอส อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นยาเมื่อพบตัวเต็มวัยของมวนถั่วเหลือง 2-3 ตัวต่อแถวถั่วยาว 1 เมตร

         หนอนเจาะฝักถั่ว ให้พ่นสารฆ่าแมลง ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน

         เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง พ่นสารฆ่าแมลง แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบเพลี้ยอ่อนถั่วเหลืองระบาด พ่น 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน